เสนาธิการทหารเรือเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย” ในมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการัง และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

Release Date : 09-07-2021 00:00:00
เสนาธิการทหารเรือเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย” ในมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการัง และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

พลเรือเอก ธีรกุล กาญจนะ เสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย” ในมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการัง และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔
 
 
กิจกรรม “อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรักษาระบบนิเวศ รวมถึงอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย และแนวปะการังให้มีความอุดมสมบูรณ์ พร้อมที่จะเป็นแหล่งศึกษาและท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางด้านนิเวศวิทยา การดำรงชีพของสัตว์ตามแนวปะการัง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งของชายฝั่งทะเล และพัฒนาพื้นที่หน่วยให้มีความสะอาดสวยงามและปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมถึงเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับข้าราชการ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจนประชาชนทั่วไปในการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย การเก็บขยะชายหาดและพื้นที่โดยรอบ การปลูกปะการัง จำนวน  ๑๐๐ ต้น การปล่อยปลาและปล่อยเต่าทะเล และการดำน้ำเก็บขยะ บริเวณหาดเตยงาม
 

 
มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จัดตั้งขึ้นเพื่อสนองพระดำริ ที่ทรงมีเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์แนวปะการัง กัลปังหา และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย และเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการอนุรักษ์ แนวปะการัง และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริ ให้แนวปะการัง กัลปังหา และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ได้อย่างมีความสมดุลและยั่งยืน อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการปลูกจิตสำนึกของประชาชน และเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์แนวประการัง กั ลปังหา และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย เผยแพร่ให้สาธารณะชนทั่วไป ประชาชนทั้งไทยและต่างประเทศได้รับทราบถึงประโยชน์ของโครงการ และให้ความร่วมมือ ตลอดจนขยายผลการดำเนินโครงการในวงกว้าง